
1. บทเปิดเรื่อง — นิพนธ์คำกลอนสุภาษิตเพื่อสั่งสอน
หม่อมเจ้าอิศรญาณทรงนิพนธ์คำกลอนสุภาษิตโบราณไว้เพื่อสั่งสอนและเตือนใจผู้อ่าน ให้ข้อคิดเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต
เรียงตามลำดับจากต้นฉบับ หน้า 5–47 โดยภาพและคำอธิบายทุกข้ออยู่ในบทเดียวกัน

หม่อมเจ้าอิศรญาณทรงนิพนธ์คำกลอนสุภาษิตโบราณไว้เพื่อสั่งสอนและเตือนใจผู้อ่าน ให้ข้อคิดเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต

คนที่โง่เขลาและลุ่มหลงในความชั่วควรฝึกใจให้รู้เท่าทันกิเลส เปรียบใจที่ควบคุมได้กับม้าอาชาไนยที่จะเป็นพาหนะพาไปสู่ความสุข

บทนี้สะท้อนค่านิยมเรื่องชายหญิงในสมัยเดิม และสอนว่าชายหญิงต่างต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ควรนึกถึงใจเขาใจเรา และรักกันดีกว่าเกลียดชังกัน

ผู้ที่ทำดีกับเรา เราควรทำดีตอบ ส่วนผู้ที่ทำผิดก็ไม่ควรโกรธหรือตัดรอนจนแตกหัก พร้อมเตือนว่าความชั่วเพียงเล็กน้อยอาจทำลายความดีที่สั่งสมมาได้

ความรักและความสัมพันธ์จะยืนยาวได้ด้วยการทำดีต่อกันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ทำสิ่งใดเกินขอบเขตกฎหมาย และควรดำเนินชีวิตอย่างไม่ละอายต่อความดี

ความดีเล็กน้อยเมื่อทำสม่ำเสมอย่อมสะสมเพิ่มขึ้น เปรียบกับน้ำตาลที่ค่อย ๆ หยด และคำว่า “ส่องกระจก” ใช้เตือนให้สำรวจกาย ใจ และการกระทำของตนทุกวัน

เมื่อพบสิ่งกีดขวางหรือเห็นการกระทำของผู้อื่น อย่ารีบพูดหรือรีบลงมือ ควรพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน เพราะการพูดหรือทำโดยไม่คิดอาจนำผลร้ายมาสู่ตน

ควรปฏิบัติตามผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า ไม่เป็นคนอกตัญญู และขยันหมั่นเพียรทำงาน เมื่อรู้ถี่ถ้วนแล้วจึงจะสบายในภายหน้า

การนำของมีค่าให้คนที่ไม่รู้คุณค่า เปรียบเหมือนนำเพชรไปให้ลิง จึงควรคบและปรึกษากับคนมีปัญญาที่มองเห็นคุณค่าของสิ่งนั้น

บทนี้กล่าวถึงการต้องวางตัวให้เหมาะกับผู้มีอำนาจ แม้ไม่เห็นด้วยก็ต้องระวังตน และเตือนว่าเรื่องเล็กน้อยเหมือนพริกไทยเม็ดเดียวก็อาจสร้างความเดือดร้อนใหญ่โตได้

คนเราต้องสอนและเตือนใจตนเองให้ได้ และเมื่อจะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นก็ควรอ่อนน้อมถ่อมตน เพราะไม่มีใครยินดีให้ผู้อื่นใช้งานตนโดยปราศจากความเคารพ

คนที่ชอบคำยกย่องอาจหลงตนได้ง่าย ยศและตำแหน่งไม่ควรทำให้เมามัว และคำเยินยอหากหลงเชื่อก็อาจนำความเดือดร้อนมาให้

บทนี้ประชดคนที่หลอกลวงกันเอง โดยกล่าวว่าผีจริงยังน่ากลัวน้อยกว่าคนที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกกัน

อย่าทำสิ่งใดเกินฐานะหรือกำลังของตน การเรียนควรขยันหมั่นเพียรแต่ไม่อวดรู้ และควรปรึกษาผู้ใหญ่ซึ่งมีประสบการณ์มาก่อน หากพบสิ่งดีงามก็ควรจดจำไปใช้

ควรเรียนรู้จากแบบอย่างของผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ ไม่พูดขัดผู้อื่นโดยไม่จำเป็น และรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง

บทนี้สะท้อนมุมมองในอดีตเกี่ยวกับหญิงหม้ายที่อาจถูกข่มเหง เตือนว่าความยากจนจากพฤติกรรมของตนสร้างความเดือดร้อนมาก และไม่ควรทำตนท้าทายกฎหมายหรือบทลงโทษ

แม้เสาหินที่ปักมั่นคงยังสั่นคลอนได้เมื่อถูกผลักซ้ำ ๆ ใจคนก็อาจอ่อนไหวตามคำพูด จึงควรมีใจหนักแน่น คิดให้รอบคอบ และไม่คล้อยตามคำยุง่าย

หากต้องการความช่วยเหลือควรพูดจาอ่อนหวาน ไม่ใช้คำห้วนหรือดุดัน และควรรู้จักหลีกเลี่ยงถ้อยคำที่อาจกระทบความรู้สึกของผู้อื่น

ควรเพียรพยายามเหมือนปลาหมอที่ดิ้นกลับสู่น้ำ หากจะทำการใหญ่ก็ไม่ควรเสียดายสิ่งเล็กน้อยที่จำเป็น และหากหยอกผู้อื่นก็ควรยอมรับได้เมื่อถูกหยอกกลับ

หากไม่ใช่คู่ที่เหมาะสม แม้เรื่องเล็กน้อยก็อาจสร้างความเจ็บปวดได้ ชีวิตครอบครัวควรลดความโลภและตัณหา สามีขยันทำงาน ส่วนภรรยารู้จักเก็บออมจึงจะทำให้ครอบครัวเจริญ

แม้มีความรู้จริงก็ไม่จำเป็นต้องอวด การได้รับคำชมมีเพียงชั่วคราว จึงไม่ควรทำตนเกินหน้าเกินตาผู้อื่น เพราะอาจสร้างคนชังมากกว่าคนรัก

ผู้มีอำนาจน้อยกว่าย่อมโต้แย้งผู้มีอำนาจมากกว่าได้ยาก จึงควรระวังกายใจของตน และไม่พูดพล่อยโดยไม่คิด

ไม้ไผ่เพียงเสียดสีกันก็เกิดความร้อนได้ และหากถูกช้างทำร้ายก็ต้องชั่งใจก่อนว่ามีกำลังพอจะสู้หรือไม่ สอนให้ไม่ประมาทและรู้จักประเมินกำลังตน

การเล่นกับงูเห่าต้องรู้วิธี มีความคล่องแคล่ว และลงมือได้อย่างแม่นยำ หากไม่รู้จริง อันตรายอาจย้อนกลับมาถึงชีวิตตนเอง

เพื่อนที่ชอบพอกันขอความช่วยเหลือกันได้ แต่ไม่ควรให้ทุกคนจนตนเองเดือดร้อน เพราะสุดท้ายอาจกลับต้องไปขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเอง

แม้มีบุญวาสนาก็ต้องทำความดีอย่างสม่ำเสมอ เมื่อหมดวาสนาอย่าทะนงตน เพราะความรักและความชังของคนไม่ยั่งยืนเท่าความดีที่ทำไว้