บทประพันธ์และคำสอน

เรียงตามลำดับจากต้นฉบับ หน้า 5–47 โดยภาพและคำอธิบายทุกข้ออยู่ในบทเดียวกัน

บทประพันธ์ลำดับที่ 1

1. บทเปิดเรื่อง — นิพนธ์คำกลอนสุภาษิตเพื่อสั่งสอน

หม่อมเจ้าอิศรญาณทรงนิพนธ์คำกลอนสุภาษิตโบราณไว้เพื่อสั่งสอนและเตือนใจผู้อ่าน ให้ข้อคิดเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต

บทประพันธ์ลำดับที่ 2

2. ฝึกใจให้รู้เท่าทันกิเลส

คนที่โง่เขลาและลุ่มหลงในความชั่วควรฝึกใจให้รู้เท่าทันกิเลส เปรียบใจที่ควบคุมได้กับม้าอาชาไนยที่จะเป็นพาหนะพาไปสู่ความสุข

บทประพันธ์ลำดับที่ 3

3. ชายข้าวเปลือก หญิงข้าวสาร — และน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า

บทนี้สะท้อนค่านิยมเรื่องชายหญิงในสมัยเดิม และสอนว่าชายหญิงต่างต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ควรนึกถึงใจเขาใจเรา และรักกันดีกว่าเกลียดชังกัน

บทประพันธ์ลำดับที่ 4

4. ผู้ใดดีดีต่อ ผู้ใดผิดผ่อนพัก

ผู้ที่ทำดีกับเรา เราควรทำดีตอบ ส่วนผู้ที่ทำผิดก็ไม่ควรโกรธหรือตัดรอนจนแตกหัก พร้อมเตือนว่าความชั่วเพียงเล็กน้อยอาจทำลายความดีที่สั่งสมมาได้

บทประพันธ์ลำดับที่ 5

5. รักษาความสัมพันธ์ให้อยู่ในขอบเขตที่ดี

ความรักและความสัมพันธ์จะยืนยาวได้ด้วยการทำดีต่อกันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ทำสิ่งใดเกินขอบเขตกฎหมาย และควรดำเนินชีวิตอย่างไม่ละอายต่อความดี

บทประพันธ์ลำดับที่ 6

6. อย่าดูถูกความดีเล็กน้อย และหมั่นสำรวจตนเอง

ความดีเล็กน้อยเมื่อทำสม่ำเสมอย่อมสะสมเพิ่มขึ้น เปรียบกับน้ำตาลที่ค่อย ๆ หยด และคำว่า “ส่องกระจก” ใช้เตือนให้สำรวจกาย ใจ และการกระทำของตนทุกวัน

บทประพันธ์ลำดับที่ 7

7. คิดใคร่ครวญก่อนพูดหรือทำ

เมื่อพบสิ่งกีดขวางหรือเห็นการกระทำของผู้อื่น อย่ารีบพูดหรือรีบลงมือ ควรพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน เพราะการพูดหรือทำโดยไม่คิดอาจนำผลร้ายมาสู่ตน

บทประพันธ์ลำดับที่ 8

8. ดำเนินตามผู้มีประสบการณ์ รู้คุณ และขยัน

ควรปฏิบัติตามผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า ไม่เป็นคนอกตัญญู และขยันหมั่นเพียรทำงาน เมื่อรู้ถี่ถ้วนแล้วจึงจะสบายในภายหน้า

บทประพันธ์ลำดับที่ 9

9. เพชรให้ลิง — ของมีค่าต้องอยู่กับคนที่รู้ค่า

การนำของมีค่าให้คนที่ไม่รู้คุณค่า เปรียบเหมือนนำเพชรไปให้ลิง จึงควรคบและปรึกษากับคนมีปัญญาที่มองเห็นคุณค่าของสิ่งนั้น

บทประพันธ์ลำดับที่ 10

10. อย่าเห็นดีเห็นงามตามผู้อื่นโดยไม่คิด

บทนี้กล่าวถึงการต้องวางตัวให้เหมาะกับผู้มีอำนาจ แม้ไม่เห็นด้วยก็ต้องระวังตน และเตือนว่าเรื่องเล็กน้อยเหมือนพริกไทยเม็ดเดียวก็อาจสร้างความเดือดร้อนใหญ่โตได้

บทประพันธ์ลำดับที่ 11

11. รู้เท่าทันใจของตน และอ่อนน้อมเมื่อขอความช่วยเหลือ

คนเราต้องสอนและเตือนใจตนเองให้ได้ และเมื่อจะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นก็ควรอ่อนน้อมถ่อมตน เพราะไม่มีใครยินดีให้ผู้อื่นใช้งานตนโดยปราศจากความเคารพ

บทประพันธ์ลำดับที่ 12

12. อย่าบ้ายอ หลงยศ หลงตำแหน่ง

คนที่ชอบคำยกย่องอาจหลงตนได้ง่าย ยศและตำแหน่งไม่ควรทำให้เมามัว และคำเยินยอหากหลงเชื่อก็อาจนำความเดือดร้อนมาให้

บทประพันธ์ลำดับที่ 13

13. ผีหลอกยังไม่น่ากลัวเท่าคนหลอกกันเอง

บทนี้ประชดคนที่หลอกลวงกันเอง โดยกล่าวว่าผีจริงยังน่ากลัวน้อยกว่าคนที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกกัน

บทประพันธ์ลำดับที่ 14

14. รู้จักประมาณตน ใฝ่รู้ แต่ไม่อวดรู้

อย่าทำสิ่งใดเกินฐานะหรือกำลังของตน การเรียนควรขยันหมั่นเพียรแต่ไม่อวดรู้ และควรปรึกษาผู้ใหญ่ซึ่งมีประสบการณ์มาก่อน หากพบสิ่งดีงามก็ควรจดจำไปใช้

บทประพันธ์ลำดับที่ 15

15. เดินตามรอยผู้ใหญ่ และรู้จักยืดหยุ่น

ควรเรียนรู้จากแบบอย่างของผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ ไม่พูดขัดผู้อื่นโดยไม่จำเป็น และรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง

บทประพันธ์ลำดับที่ 16

16. มุมมองสังคมเดิมเรื่องหญิงหม้าย ความยากจน และกฎหมาย

บทนี้สะท้อนมุมมองในอดีตเกี่ยวกับหญิงหม้ายที่อาจถูกข่มเหง เตือนว่าความยากจนจากพฤติกรรมของตนสร้างความเดือดร้อนมาก และไม่ควรทำตนท้าทายกฎหมายหรือบทลงโทษ

บทประพันธ์ลำดับที่ 17

17. ฟังหูไว้หู อย่าหลงเชื่อคำยุยง

แม้เสาหินที่ปักมั่นคงยังสั่นคลอนได้เมื่อถูกผลักซ้ำ ๆ ใจคนก็อาจอ่อนไหวตามคำพูด จึงควรมีใจหนักแน่น คิดให้รอบคอบ และไม่คล้อยตามคำยุง่าย

บทประพันธ์ลำดับที่ 18

18. ใช้คำพูดอ่อนหวานและรู้กาลเทศะ

หากต้องการความช่วยเหลือควรพูดจาอ่อนหวาน ไม่ใช้คำห้วนหรือดุดัน และควรรู้จักหลีกเลี่ยงถ้อยคำที่อาจกระทบความรู้สึกของผู้อื่น

บทประพันธ์ลำดับที่ 19

19. เอาปลาหมอเป็นครู — เพียรพยายามและทำการใหญ่ให้เต็มที่

ควรเพียรพยายามเหมือนปลาหมอที่ดิ้นกลับสู่น้ำ หากจะทำการใหญ่ก็ไม่ควรเสียดายสิ่งเล็กน้อยที่จำเป็น และหากหยอกผู้อื่นก็ควรยอมรับได้เมื่อถูกหยอกกลับ

บทประพันธ์ลำดับที่ 20

20. ชีวิตคู่ต้องตัดความโลภและรู้หน้าที่

หากไม่ใช่คู่ที่เหมาะสม แม้เรื่องเล็กน้อยก็อาจสร้างความเจ็บปวดได้ ชีวิตครอบครัวควรลดความโลภและตัณหา สามีขยันทำงาน ส่วนภรรยารู้จักเก็บออมจึงจะทำให้ครอบครัวเจริญ

บทประพันธ์ลำดับที่ 21

21. ถึงรู้จริงก็นิ่งไว้ ไม่อวดรู้เกินหน้า

แม้มีความรู้จริงก็ไม่จำเป็นต้องอวด การได้รับคำชมมีเพียงชั่วคราว จึงไม่ควรทำตนเกินหน้าเกินตาผู้อื่น เพราะอาจสร้างคนชังมากกว่าคนรัก

บทประพันธ์ลำดับที่ 22

22. รู้ฐานะอำนาจ และอย่าพูดพล่อย

ผู้มีอำนาจน้อยกว่าย่อมโต้แย้งผู้มีอำนาจมากกว่าได้ยาก จึงควรระวังกายใจของตน และไม่พูดพล่อยโดยไม่คิด

บทประพันธ์ลำดับที่ 23

23. อย่าประมาทภัย และประเมินกำลังตนก่อนตอบโต้

ไม้ไผ่เพียงเสียดสีกันก็เกิดความร้อนได้ และหากถูกช้างทำร้ายก็ต้องชั่งใจก่อนว่ามีกำลังพอจะสู้หรือไม่ สอนให้ไม่ประมาทและรู้จักประเมินกำลังตน

บทประพันธ์ลำดับที่ 24

24. ถ้าจะเสี่ยงกับอันตราย ต้องมีทั้งความกล้าและความรู้

การเล่นกับงูเห่าต้องรู้วิธี มีความคล่องแคล่ว และลงมือได้อย่างแม่นยำ หากไม่รู้จริง อันตรายอาจย้อนกลับมาถึงชีวิตตนเอง

บทประพันธ์ลำดับที่ 25

25. ช่วยเพื่อนได้ แต่ไม่ควรให้จนตนเองหมดตัว

เพื่อนที่ชอบพอกันขอความช่วยเหลือกันได้ แต่ไม่ควรให้ทุกคนจนตนเองเดือดร้อน เพราะสุดท้ายอาจกลับต้องไปขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเอง

บทประพันธ์ลำดับที่ 26

26. มีบุญก็ยังต้องคิดดีทำดี และอย่าทะนงตน

แม้มีบุญวาสนาก็ต้องทำความดีอย่างสม่ำเสมอ เมื่อหมดวาสนาอย่าทะนงตน เพราะความรักและความชังของคนไม่ยั่งยืนเท่าความดีที่ทำไว้